สวัสดีค่่าา ..

สบายดีมั้ยทุกคน

ป่านกลับมาถึงญี่ปุ่นเมื่อวาน (ศุกร์ที่ 1 เมษา) แล้วล่ะค่ะ

เก็บของทั้งวันเลยเมื่อวาน จนถึงตอนนี้ห้องยังดูรกๆ อยู่เลย

เพราะของฝากยังกองๆ อยู่ ยังไม่ได้แจกจ่าย

 

 

วันนี้มาเล่าเรื่องการผจญภัยของป่านกับกระเป๋าเดินทางทั้งหลายแหล่ดีกว่า

เรื่องเริ่มที่สุวรรณภูมิ...

 

 

 

พ่อ แม่ กะพี่ได๋ ไปส่ง

พี่ได๋เป็นพี่ที่เคยอยู่ชมรมบาส วิดวะจุฬาด้วยกัน :D

IMG_4636

 

 

ก่อนจะไปถึกถึนกับสัมภาระของป่าน

เรามาดูอะไรไฮโซๆ ของการบินไทยก่อนดีกว่า

 

 

 ข้าวต้มปลาแซลมอน(?? จำผิดป่าวไม่รู้)

เยอะมากอ่ะ กินจนปวดท้อง คิดดู .. 

IMG_4639

 

นั่งตรงพิกัดที่ดี เห็นปีกเครื่องบินขยับด้วย น่ารักดี (> <) 

IMG_4641

 

 

 

เมื่อวานเป็นวันที่ทรหดมาก

จากที่อ้วนๆ เพราะกินอาหารที่ไทยแบบไม่ยั้ง จะมาผอมเอาเมื่อวานวันเดียว ( ̄ー ̄;

สิ่งของทั้งหมดที่ป่านแบกมาจากไทย รวมๆ กันแล้ว 40 กิโลได้

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 ใบ เป้ใส่หลังที่บรรจุหนังสือเป็นตั้งอีก 1 ใบ

กระเป๋าเดินทางใบเล็ก(เบาสุด) 1 ใบ และกระเป๋าสะพายข้างที่แบ่งของมาจากใบใหญ่

(น้ำหนักเกินเวอร์ๆ พี่เค้าใจดีเลยให้เอาออกหน่อยนึง ไม่งั้นจะต้องจ่ายค่าปรับ) อีก 1 ใบ

 

 

อ้อ ป่านเดินทางกลับกับพี่กิ๊บนะคะ พี่ที่เรียนด้วยกัน

ตอนยืนรอกระเป๋าที่สายพาน เจอเพื่อนคนลาว รุ่นเดียวกับป่านเลย

ชื่อ "ออนจันทร์" (เขียนงี้ป่าวไม่รู้) นั่นเอง

คุยไปคุยมาสักพัก ออนจันทร์บอกเห็นพี่ปัญญ์ รุ่นพี่คนไทยที่เรียนที่เดียวกัน

ตอนแรกก็แอบไม่เชื่อ (เพราะออนจันทร์จะเป็นมนุษย์มึนๆ สื่อสารด้วยภาษาไทยแบบมึนๆ

จริงๆ พี่ๆ คนลาวก็บอกว่าออนจันทร์สื่อสารกับพี่เค้ามึนๆ เหมือนกัน ฮ่าๆ)

แต่แล้วพี่ปัญญ์ก็เข้ามาทัก สรุป เดินทางมาเครื่องบินลำเดียวกันสี่คนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว โอ้เย

 

 

นั่งรถบัสกลับสามคน (พี่ปัญญ์ไปหาคุณแฟน)

แต่ไม่ถึงฮาชิโมโตนะคะ เพราะรถที่จะไปถึงฮาชิโมโตออกบ่ายสาม

ถึงนาริตะเจ็ดโมงกว่า .. ใครจะรอ  (*= _=)

ลงจากบัส จะไปขึ้นรถไฟต่อ .. ทำไมมันจอดไกลกันอย่างนี้ฟระ!!!  (Д;)

ให้ตายเหอะ คนก็เยอะ กระเป๋าก็ใหญ่ แถมหนักด้วย

ลากๆ ไปต้องพักเป็นระยะๆ ไหล่จะหลุดเอา..

ขึ้นรถไฟด้วยความลำบาก กะตังค์ก็ยืมพี่กิ๊บ ตั้งแต่ค่ารถทัวร์ละ

เพราะป่านตังค์เยนเกลี้ยงตั้งแต่ขากลับไทยแล้ว เอิ๊ก ๆๆ (^^;)


 

ดูคนญี่ปุ่นแถวๆ นี้ก็ใช้ชีวิตตามปกติกันอยู่

คงเพราะห่างจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั่นพอควร

อ่านข่าวแล้วก็เศร้าใจ.. สู้เค้านะ สู้เค้า

 

 

 

ถึงฮาชิโมโต กดตังค์ ไปแท็กซี่

คุณแท็กซี่ใจดีมากเลย เค้าเอากระเป๋าพวกเราใส่หลังรถแบบล้นๆ

กระโปรงหลังปิดแบบสนิทไม่ได้ ใช้สายแบบยืดๆ เอา

เห็นเค้าดึงออกมาจากฝาท้ายรถนั่นแหละ (รถดูเก่า แต่เก๋าจริงๆ)

ป่านว่า ถ้าเป็นที่ไทย มีหวังต้องนั่งสองคัน เพราะกระเป๋าของสามคนเยอะเหลือเกิน

 

 

ป๊าบ บบ  ..  แท็กซี่เข้ามาจอดหน้าหอกักเซ

ออนจันทร์เปรยออกมาว่า "ไม่เห็นรังสีเลย"

"ถ้าถึงขั้นเห็นนี่ เราคงไม่ยืนคุยกันแบบนี้แล้วล่ะ" (=__=;)

ไม่เห็นอะดีละ ออนจันทร์ ..


 

เหลือบไปเห็นเพื่อนคนอินโดกำลังขนขั้นอะไรไม่รู้กลับไปทางหอเคงชู

พี่กิ๊บเลยนึกขึ้นได้ บอกว่าอยากแวะดูเหมือนกัน

มันเป็นที่ที่เค้าจะเอาของที่ไม่ใช้แล้วมากองๆ ไว้อ่ะค่ะ

จริงๆ ก็เรียกทิ้งอะแหละ แต่ของส่วนใหญ่ยังใช้ได้อยู่เลย

พี่ๆ ที่เค้าต้องย้ายหอออก แบกไปไม่ไหว เค้าก็เอามากองๆ ไว้

 

พี่กิ๊บบ่นอยากได้กระจก แต่สุดท้ายก็ไม่มี

แต่พี่กิ๊บดันเห็นสโนว์บอร์ดเข้า เผอิญป่านอยากได้บอร์ดอยู่พอดี.. งานเข้า

อันใหญ่มาก .. เหลือบไปมองกระเป๋า ... อืม..


 

มาถึงขั้นตอนทุลักทุเลสุด.. เข็นจากหน้าหอกักเซ .. ไปหอเคงชู

หอกักเซ คือหอที่รถแท็กซี่จอด.. หอเคงชู คือหอที่ป่านอยู่ ..

มันฟังดูชิลล์ๆ แค่เข็นไปเอง ไม่เห็นมีอะไร .. หึหึ

ความเด็ดของมันอยู่ที่.. แต่น แตน  แต้ ..

มันต้องไต่เนินขึ้นไปไงล่ะ (แถวบ้านเรียกเดินขึ้นเขา) วะ ฮ่า   ๆๆๆ

แค่เดินเฉยๆ ยังเหนื่อยเลย นี่ต้องลากไอ่สัมภาระสี่สิบกิโลนี่ขึ้นไป !!!!!!


 

ด้วยความที่เราเป็นสาวถึก เราจึงอยากแบกทุกอย่างขึ้นไปพรวดเดียว

โอ้โห … กว่าจะถึงหน้าหอเคงชู .. กระดูกแขนกะมือแทบหลุดออกจากกัน..

เชื่อว่าถ้าแม่กำลังอ่านสิ่งที่ป่านเขียนอยู่ตอนนี้..

แม่คงนึกสมน้ำหน้าในใจ ไม่เป็นไรแม่.. ป่านยังสมน้ำหน้าตัวเองเลย ฮ่า ๆๆ

สมน้ำหน้าดังกว่าแม่อีก ดูสิ คนเค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ  (TT 0TT)

 

 

เมื่อวานทั้งวันจึงใช้เวลากับการเก็บกวาดห้อง

เอาของฝากไปให้คาริน่า กะเพื่อนคนญี่ปุ่นที่อยู่หอ

ส่งเมลล์ไปบอกเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดว่า "กลับมาแล้ว" (ただいま)

เพื่อนก็ตอบกลับมาว่า "おかえり~"   ที่หนังไทยแปลว่า "กลับมาแล้วเหรอ"

 

 

ป่านว่าสองคำนี้มันมีอิทธพลมากๆ กับคนญี่ปุ่นนะ..

คนญี่ปุ่นอาจเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

แต่เชื่อว่าจริงๆ ลึกๆ แล้ว มันมีความหมายมากสำหรับคนที่เพิ่งกลับมาและคนที่รอคอยการกลับมา

คนที่เพิ่งกลับมาถึง ก็ต้องการบอกกับคนที่รอมาตลอดว่า "กลับมาแล้วนะ"

ส่วนคนที่รอคอยอยู่ในที่เดิม ก็ต้องการบอกให้คนๆ นั้นทราบเหมือนกันว่า

"รอมาตลอดเลยนะ เป็นห่วงมาก ดีใจจังที่กลับมา"

 

 

ก่อนจากพ่อกับแม่มา

ป่านก็แอบบอกพวกท่านในใจว่า "行ってきます"

ถ้าพูดเป็นภาษาไทยก็คงเป็น "ไปแล้วนะคะ" ล่ะมั้ง..

แต่ถ้าแปลจากภาษาญี่ปุ่นตามตัวเป๊ะๆ ความหมายก็คือ "จะไปแล้วกลับมานะคะ"

ซึ่งป่านก็ได้ยินคำว่า "いってらっしゃい" จากพวกท่านอยู่ในใจเหมือนกัน

อืม.. แปลว่าอะไรดีล่ะ.. "ไปดีมาดีนะ" หรือ "โชคดีนะ" ล่ะมั้ง..

สำหรับป่าน มันคือการบอกว่า "ที่นี่รอการกลับมาของป่านเสมอ"

 

 

สำหรับคนอื่น คำพวกนี้เป็นยังไงป่านไม่รู้

แต่สำหรับป่าน มันทรงพลังมากจริงๆ …

 

 

ตอนนี้ ไม่ว่าป่านจะอยู่ที่ไทยหรือที่ญี่ปุ่นมันก็ไม่สำคัญหรอก

เพราะป่านมีคนที่ป่านรักอยู่ทั้งสองที่

ป่านจะไม่มัวมานั่งคร่ำครวญเสียใจ คิดถึงที่ใดที่หนึ่ง เมื่อต้องอยู่อีกที่หนึ่ง

ป่านไม่ได้ว่างขนาดนั้น..

 

 

ภารกิจที่ต้องทำตอนนี้คือการตั้งใจเรียนภาษาญี่ปุ่น+วิศวะให้ดี

ขืนชิลล์มากกว่านี้ เชื่อว่าคนที่ต้องเสียใจก็ไม่พ้นป่านนี่แหละ

 

 

เป็นกำลังใจให้ป่านด้วยนะคะ

 

 

ท้องฟ้าคุ้มครองค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ป่าน

     Hashimoto, JAPAN

     11.04.02


edit @ 2 Apr 2011 20:42:09 by ป่ า น ,,

edit @ 3 Apr 2011 02:02:01 by ป่ า น ,,

Comment

Comment:

Tweet

เห้ยยยย
สวัสสสสดี เพิ่งเข้ามาครั้งแรก
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ 5555

ตั้งใจเรียนน้า
ป่านเก่งอยู่เเล้วววว
หิ้วๆๆๆๆ confused smile

#10 By บูมอยากญี่ปุ่น (118.172.22.241) on 2011-04-10 01:11

อ่านๆ ไปตอนแรกๆ ดูสนุกๆ แต่ไหงลงท้ายได้ซึ้งจังล่ะคะนี่cry surprised smile

เป็นกำลังใจให้เสมอนะจ๊ะ^^

itterashai & ganbatte ne^^

#9 By fiothiel on 2011-04-05 16:32

big smile big smile big smile

สักวัน ผมต้องไปให้ได้ครับ..

รอก่อนนะ..

Japan^^

รักษาสุขภาพด้วยครับผมbig smile big smile
โหยยไปไกลบ้าน surprised smile

ตั้งใจเรียนนะคับ กลับมาไวๆ พ่อแม่ดีจัย

#7 By p.cobra on 2011-04-04 05:13

40 โลนี่เบาๆเนอะ confused smile confused smile
ตกลงลากบอร์ดไปด้วยมั้ยเนี่ย open-mounthed smile

ขอให้สมหวังดังตั้งใจครับ
big smile

#6 By 40reborn on 2011-04-03 21:34

Hot! Hot! Hot!

แม้แต่จะเป็นตอนนี้..

ก็อยากไปเป็นที่สุดเลยครับ..

Japan....big smile big smile big smile

สักวัน เราคงได้เจอกัน
อยู่ทางโน้นดูแลตัวเองดีๆ นะน้องป่าน คนทางนี้ก็เป็นกำลังใจให้ทุก้าวของชีวิตจ้าbig smile big smile

#4 By ฃวด on 2011-04-03 08:49

> w<


โด่ ๆๆๆ


กลับมาครา้วหน้า พี่ไปเชียงใหม่


ให้แกพาทัวร์เลย ๆๆๆๆๆ



คราวนี้พลาด




เออ ว่าไป


วิถีชีวิตไม่เปลี่ียนเลยหรอ


พี่นึกว่า จะมีผลกระทบ จากส่วนที่ประสบภัยบ้างน่ะ


ปล จะรอข่าวป่านทางเฟซบุ๊คละกัน
555+ "ไม่เห็นรังสีเลยย"

#2 By ' I'm E29AZA ' on 2011-04-02 21:43

เอาใจช่วยสู้ๆนะหนูป่าน
เวลาผ่านไปเร็วจะตาย
เผลอแป๊บเดียวเรียนจบแล้วเชื่อพี่สิ
(พูดในฐานะคนที่เคยอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมาแล้วเหมือนกัน การพรากจากคนที่เรารักมาอยู่ต่างประเทศคนเดียวนี่มันเหงาสุดๆนะ วิธีแก้คือเฮฮาสนุกสนานกับเพื่อนเข้าไว้
ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเรียนจบไวๆแล้วจะได้กลับไปอยู่กับคนที่เรารัก แนะได้เท่านี้แหละจ้ะ)
ถ้าทำอาหารเก่ง ไม่สนหรอกหนุ่มๆ
ขายเก็บเงินเข้ากระเป๋าดีกว่าเป็นไหนๆ

confused smile confused smile confused smile

#1 By พังเพรียว on 2011-04-02 21:14